บิ๊กไมค์ยื่นหนังสือไม่สมัครใจโอนย้าย อ้างมาตรา 93 พ.ร.บ.ตำรวจ

28 ก.ค. 2569 - 13:29

  • พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยื่นหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ยืนยันไม่สมัครใจโอนไปรับราชการยังส่วนราชการอื่น โดยอ้างมาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565

  • มาตรา 93 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 กำหนดว่าการโอนข้าราชการตำรวจไปรับราชการในหน่วยงานอื่นต้องได้รับความสมัครใจจากเจ้าตัว และหน่วยงานปลายทางต้องทำความตกลงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อน

  • พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่ 16 มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งนายพลตำรวจหลายตำแหน่งในโผแต่งตั้งประจำปี

บิ๊กไมค์ยื่นหนังสือไม่สมัครใจโอนย้าย อ้างมาตรา 93 พ.ร.บ.ตำรวจ

พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (กมค.) และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอาวุโสอันดับ 1 ยื่นหนังสือบันทึกข้อความ "ด่วนที่สุด" ถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ยืนยันว่า "ไม่สมัครใจโอนไปรับราชการยังส่วนราชการอื่น" โดยอ้างมาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ซึ่งกำหนดให้การโอนข้าราชการตำรวจต้องเป็นไปโดยความสมัครใจ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านผู้นำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายหลังพล.ต.อ.สำราญ นวลมา ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่ 16 มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569

<!-- IMAGE: พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี ยื่นหนังสือไม่สมัครใจโอนย้าย | ภาพข่าว | Pol Gen Nirun Lueamsri submits letter refusing transfer Royal Thai Police -->

การยื่นหนังสือครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ กฎหมายตำรวจฉบับใหม่ ถูกนำมาใช้อ้างสิทธิโดยตรงในกระบวนการโยกย้ายระดับนายพล นักวิชาการด้านกฎหมายและผู้ติดตามวงการตำรวจมองว่ากรณีนี้อาจกลายเป็น บรรทัดฐานสำคัญ ในการบริหารงานบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในอนาคต

มาตรา 93 พ.ร.บ.ตำรวจ 2565 กำหนดไว้อย่างไร

<!-- IMAGE: สาระสำคัญมาตรา 93 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 เงื่อนไขการโอนข้าราชการตำรวจ | อินโฟกราฟิก | Section 93 Police Act 2022 Thailand transfer conditions infographic -->

มาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 บัญญัติไว้ในลักษณะ 8 หมวด 3 ว่าด้วยการบรรจุ การแต่งตั้ง และการเลื่อนขั้นเงินเดือน มีใจความสำคัญว่า การโอนข้าราชการตำรวจไปรับราชการในส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นจะกระทำได้ต่อเมื่อมีเงื่อนไข 2 ประการพร้อมกัน คือ

ประการแรก ตัวข้าราชการตำรวจผู้นั้นต้องสมัครใจ — ไม่ใช่การบังคับโอน ประการที่สอง หน่วยงานปลายทางต้องการรับโอน และต้องทำความตกลงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อน

บทบัญญัตินี้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่กฎหมายตำรวจฉบับใหม่วางไว้เพื่อคุ้มครองสิทธิของข้าราชการตำรวจ และลดปัญหาการใช้อำนาจโยกย้ายโดยขาดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ซึ่งเคยเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติหลายยุค

บทเรียนจากอดีต: ทำไมต้องมีกฎหมายคุ้มครอง

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายพลตำรวจ โดยเฉพาะการใช้วิธีย้ายไปช่วยราชการ โอนไปสำนักนายกรัฐมนตรี หรือโยกไปหน่วยงานที่ไม่มีอำนาจกำกับงานตำรวจโดยตรง แม้หลายกรณีจะมีฐานอำนาจตามกฎหมายเดิมรองรับ แต่ก็สร้างข้อถกเถียงว่าการโยกย้ายดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์ของราชการหรือปัจจัยทางการเมือง

คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม จึงนำประเด็นนี้มาปรับปรุงในการยกร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ฉบับปี 2565 โดยกำหนดหลักประกันเรื่องความสมัครใจไว้ชัดเจน เพื่อสร้างความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่และลดอิทธิพลทางการเมืองในกระบวนการบริหารงานบุคคล

37 ปีในเครื่องแบบ: ใคร คือ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี

<!-- IMAGE: พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ | ภาพบุคคล | Pol Gen Nirun Lueamsri Deputy Commissioner General Royal Thai Police -->

พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี หรือที่รู้จักในชื่อ "บิ๊กไมค์" เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2510 ปัจจุบันอายุ 58 ปี สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ก่อนเข้าศึกษาโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 27 และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 43 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขารัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต และผ่านหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 58

ในหนังสือฉบับดังกล่าว พล.ต.อ.นิรันดร ระบุว่าตลอดระยะเวลารับราชการกว่า 37 ปี ได้ผ่านงานทั้งสายสอบสวน ป้องกันปราบปราม อำนวยการ และบริหาร และเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเกิดประโยชน์ต่อราชการสูงสุดในช่วงเวลาราชการที่เหลืออยู่

'ไม่มีความประสงค์จะโอนไปยังหน่วยงานอื่น และเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเกิดประโยชน์ต่อราชการสูงสุด' — พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี หนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2569

พล.ต.อ.นิรันดร ถือเป็นแคนดิเดตอันดับหนึ่งตามลำดับอาวุโสในการพิจารณาตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติภายใต้กฎหมายตำรวจฉบับใหม่ ซึ่งให้น้ำหนักกับหลักอาวุโสและความรู้ความสามารถอย่างชัดเจน

จับตาโผแต่งตั้งนายพลตำรวจปี 2569

การแต่งตั้ง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่ 16 ส่งผลให้ตำแหน่งระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการ และผู้บังคับการหลายตำแหน่ง เตรียมเข้าสู่กระบวนการโยกย้ายประจำปี 2569 ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน "บิ๊กล็อต" ที่ใหญ่ที่สุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

คำถามสำคัญที่ผู้ติดตามวงการตำรวจตั้งขึ้นคือ กรณีของ พล.ต.อ.นิรันดร จะถูกตีความอย่างไรในทางปฏิบัติ — หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนตามหลักกฎหมาย การโอนย้ายโดยไม่ได้รับความสมัครใจจะไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงสร้างโผแต่งตั้งนายพลตำรวจในภาพรวม

กรณีของ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของบุคคลคนเดียว หากแต่เป็นบททดสอบสำคัญว่าพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้การบริหารงานบุคคลเป็นระบบและโปร่งใส จะสามารถยืนหยัดต่อแรงเสียดทานจากโครงสร้างอำนาจแบบเดิมได้มากน้อยเพียงใด

<!-- IMAGE: ไทม์ไลน์เปลี่ยนผ่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและโผแต่งตั้งนายพลตำรวจปี 2569 | อินโฟกราฟิก | Royal Thai Police Commissioner transition timeline and 2026 appointment reshuffle -->