รีเซ็ตมหาดไทย วัดพลังอนุทิน-เนวิน เสถียรภาพภูมิใจไทยสั่นคลอน

30 ก.ค. 2569 - 19:03

  • แนวคิดรีเซ็ตมหาดไทย ซึ่งรวมถึงการยุบสำนักงานราชการสาขาและปฏิรูปโครงสร้างผลประโยชน์ท้องถิ่น ถูกมองว่าเป็นการทุบหม้อข้าว ฐานอำนาจหลักของพรรคภูมิใจไทยในระดับภูมิภาค

  • เรื่องอื้อฉาวการทุจริตสอบกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กลายเป็นวิกฤตความโปร่งใสครั้งใหญ่ที่กระทบภาพลักษณ์กระทรวงมหาดไทยและเครือข่ายอิทธิพลท้องถิ่นของพรรคสีน้ำเงินอย่างรุนแรง

  • รายการ Deep SPACE ประเมินว่า อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีต้องรับมือพร้อมกันทั้งศึกในพรรค แรงเสียดทานจากการปฏิรูปมหาดไทย และแรงกดดันจากข้อหาทุจริต ซึ่งอาจสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาลหากบริหารอำนาจผิดพลาด

รีเซ็ตมหาดไทย วัดพลังอนุทิน-เนวิน เสถียรภาพภูมิใจไทยสั่นคลอน

รายการ Deep SPACE ลึกกว่าที่รู้ วิเคราะห์เมื่อเร็วๆ นี้ว่า พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำลังเผชิญกับความสั่นคลอนครั้งสำคัญ จากแนวคิดรีเซ็ตมหาดไทย ที่ถูกมองว่าจะกระทบฐานอำนาจท้องถิ่นของพรรค ขณะที่กระแสข่าวรอยร้าวระหว่าง อนุทิน ชาญวีรกูล และ เนวิน ชิดชอบ ผู้มีบารมีนอกพรรค ยังคงหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางวิกฤตทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย

แนวคิดรีเซ็ตมหาดไทย ประกอบด้วยข้อเสนอสำคัญสามด้าน ได้แก่ การยุบสำนักงานสาขาราชการในภูมิภาคเพื่อลดความซ้ำซ้อน การกระจายอำนาจทางการคลังผ่านระบบภาษีบ้านเกิดเมืองนอน และการปฏิรูปโครงสร้างค่าตอบแทนและสวัสดิการของผู้บริหารท้องถิ่นและข้าราชการส่วนภูมิภาค แนวทางดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการสะเทือนท่อน้ำเลี้ยง หรือกลไกสร้างเครือข่ายการเมืองในพื้นที่ที่ถือเป็นหัวใจของฐานเสียงพรรคสีน้ำเงิน

คำถามสำคัญที่ผู้ติดตามการเมืองไทยตั้งขึ้น คือ การปฏิรูปมหาดไทยครั้งนี้จะกระทบพรรคภูมิใจไทยมากน้อยเพียงใด คำตอบตรงๆ คือ การปรับโควตาและกำกับดูแลหน่วยงานภายในกระทรวงมหาดไทยจะส่งผลโดยตรงต่อเครือข่ายอำนาจระดับท้องถิ่น ซึ่งเป็นกลไกหลักในการสร้างฐานเสียงและรักษาสายสัมพันธ์ทางการเมืองของพรรคสีน้ำเงินมาอย่างยาวนาน

นอกจากประเด็นเชิงโครงสร้างแล้ว วิกฤตทุจริตการสอบกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ยังคงเป็นแผลเปิดที่กระทบภาพลักษณ์กระทรวงมหาดไทยอย่างรุนแรง รายการ Deep SPACE ประเมินว่าเรื่องนี้สะท้อนปัญหาเชิงระบบของเครือข่ายอิทธิพลท้องถิ่นที่ฝังรากลึก การดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดย่อมกระทบหม้อข้าว หรือกลไกสร้างสายสัมพันธ์ทางการเมืองของพรรคสีน้ำเงินในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

พรรคภูมิใจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากภายนอกเพิ่มเติม จากกรณีที่กลุ่ม iLaw ยื่นหลักฐานเกี่ยวกับนักการเมืองพรรคสีน้ำเงินที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อหาฮั้วการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ให้แก่ฝ่ายค้าน ซึ่งกลายเป็นหัวเชื้อสำคัญในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

กระแสข่าวรอยร้าวภายในพรรคภูมิใจไทยเริ่มหนาหูขึ้นนับแต่มีรายงานความขัดแย้งในกลุ่มแกนนำ อนุทิน ชาญวีรกูล เนวิน ชิดชอบ และ พิพัฒน์ รัชกิจประการ หรือที่เรียกกันว่าสมการ 2น. 1พ. แม้ อนุทิน ชาญวีรกูล จะพยายามสยบกระแสด้วยการเผยแพร่ภาพถ่ายร่วมเฟรมทั้งสาม พร้อมยืนยันว่าไม่มีอะไรต้องเคลียร์ใจ แต่นักวิเคราะห์การเมืองชี้ว่าปมปัญหาที่สะสมยังคงอยู่

ปมปัญหาที่สะสมภายในพรรค ได้แก่ ประเด็นการแต่งตั้งโยกย้ายที่สะเทือนเกาะภูเก็ต ข้อกังวลเรื่องน้ำมันหาย และการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีกำกับดูแลโครงการแลนด์บริดจ์ ปัญหาเหล่านี้ถูกมองว่าสะท้อนความตึงเครียดเชิงอำนาจระหว่าง อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่ต้องแสดงความเด็ดขาดในการปราบทุจริต กับ เนวิน ชิดชอบ ในฐานะผู้มีบารมีนอกพรรคที่มีเครือข่ายสายตรงในพื้นที่

รายการ Deep SPACE ลึกกว่าที่รู้ สรุปว่า แม้ อนุทิน ชาญวีรกูล จะยังมีแต้มต่อด้านเสียงสนับสนุนในสภาที่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนรัฐบาลต่อไป แต่การต้องรับมือพร้อมกันทั้งศึกในพรรค แรงเสียดทานจากการปฏิรูปโครงสร้างมหาดไทย และแรงกดดันจากข้อหาทุจริตหลายแนวรบ อาจทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยสั่นคลอนได้ง่ายหากเกิดความผิดพลาดในการบริหารอำนาจ ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าสมการเนวิน-อนุทิน จะถอดสลักปัญหาได้โดยไม่ให้พรรคแตกแยกได้หรือไม่