ศ.ดร.โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาโต้กลับ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ผ่านมา โดยระบุว่าการที่ นพ.สรณ อ้างว่ายังไม่มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งจึงยังคงเข้าร่วมประชุมกรรมการ กสทช. ต่อไปนั้น เป็นข้อกล่าวอ้างที่ ขาดคุณสมบัติตั้งแต่ต้น และขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายอย่างชัดเจน
<!-- IMAGE: ศ.ดร.โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ นักวิชาการจุฬาฯ แถลงกรณี กสทช. | ภาพข่าว | Academic Sorat Hongladorom comments on NBTC chairman disqualification -->
นักวิชาการชี้ 'กฎหมายไม่พูดถึงโปรดเกล้าฯ' การอ้างรอโปรดเกล้าฯ จึงฟังไม่ขึ้น
ศ.ดร.โสรัจจ์ อธิบายว่า กรณีนี้มีความชัดเจนในตัวเองอยู่แล้ว เนื่องจากกฎหมายระบุไว้อย่างชัดเจนว่า นพ.สรณ ไม่ได้รับการสรรหาตั้งแต่ต้น การดำเนินการยื่นทูลเกล้าฯ จึงไม่อาจกระทำได้ และเมื่อไม่เคยได้รับการสรรหาอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก ก็ย่อมไม่มีกระบวนการถอนการทูลเกล้าฯ ตามมา ที่สำคัญคือ ข้อกฎหมายไม่ได้กล่าวถึงเรื่องการโปรดเกล้าฯ ในบริบทนี้แม้แต่น้อย การอ้างเรื่องพระบรมราชโองการของ นพ.สรณ จึงเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวที่ไม่มีฐานทางกฎหมายรองรับ
<!-- IMAGE: ข้อความกฎหมาย กสทช. ว่าด้วยคุณสมบัติและการสรรหากรรมการ | อินโฟกราฟิก | NBTC law infographic on board member qualifications and selection -->
คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติชี้ขาดว่า นพ.สรณ เป็นผู้ขาดคุณสมบัติและถือเป็นผู้สละสิทธิ์ มติดังกล่าวถือเป็นที่สุดตามกฎหมาย และกฎหมายได้ให้อำนาจแก่คณะกรรมการสรรหา กสทช. ไว้อย่างชัดเจน นพ.สรณ จึงไม่อาจอ้างว่าคณะกรรมการสรรหาไม่มีอำนาจได้
รักษาคนไข้ขณะดำรงตำแหน่ง — เหตุแห่งการขาดคุณสมบัติ
เหตุผลหลักที่ทำให้ นพ.สรณ ถูกวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติ คือการที่กฎหมายห้ามผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. ไปประกอบอาชีพหรือรับงานอื่น แต่ปรากฏหลักฐานและ นพ.สรณ เองยอมรับว่าได้ไปรักษาคนไข้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการประกอบวิชาชีพอื่นในระหว่างดำรงตำแหน่ง กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าหากเกิดกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าบุคคลนั้นไม่ได้รับการสรรหา และไม่เป็นกรรมการมาตั้งแต่ต้น
<!-- IMAGE: นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. | ภาพบุคคล | Dr. Saron Bunyabaichaipruk NBTC Chairman portrait -->
'หมอสรณควรหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที เนื่องจากกระทำผิดเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด เพราะกฎหมายได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าห้ามผู้ดำรงตำแหน่งไปทำงานอื่น แต่ปรากฏหลักฐานและตัวหมอสรณเองก็ยอมรับว่าได้ไปทำงานอื่น คือการรับรักษาคนไข้ ซึ่งตามกฎหมายระบุไว้ว่า หากเกิดกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าไม่ได้รับการสรรหา และถือว่าไม่เป็นกรรมการมาตั้งแต่ต้นด้วย ตอนนี้หมอสรณควรหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที หากมีความไม่พอใจก็สามารถไปฟ้องศาล ช่วงนี้เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ก็น่าจะไปรักษาคนไข้อย่างเดียวก่อน' — **ศ.ดร.โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์**
ศ.ดร.โสรัจจ์ ระบุว่า หาก นพ.สรณ ไม่พอใจผลการวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา สามารถใช้สิทธิฟ้องร้องต่อศาลได้ตามกระบวนการยุติธรรม แต่ในระหว่างนี้เพื่อป้องกันความวุ่นวายในองค์กร ควรยุติการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธาน กสทช. ก่อนเป็นการชั่วคราว กรณีของ นพ.สรณ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรกำกับดูแลสื่อและโทรคมนาคมของประเทศ ซึ่งต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัดและโปร่งใสตั้งแต่กระบวนการสรรหา
<!-- IMAGE: ไทม์ไลน์กระบวนการสรรหาและวินิจฉัยคุณสมบัติ กสทช. กรณี นพ.สรณ | อินโฟกราฟิก | Timeline of NBTC selection process and disqualification ruling for Dr. Saron -->




